Money&Happy

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากคราวที่แล้วผมได้เอา วิถี บทที่ 14 ออกมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน ปรากฏว่ามีผู้คนรักและชอบในความคิดของคุณตันอย่างมาก วันนี้ผมจึงอยากเอาเนื้อหาอีกบทหนึ่งของคุณตันที่มีในหนังสือมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังอีกครั้ง

วิถี บทที่13

วิถี 13 เงิน VS ความสุข

ตอนตัดสินใจลาออกจาก รู้ไหมครับผมคิดอะไร ? จากคนที่เคยเริ่มต้นจาก“ติดลบ”สามารถมีวันนี้ได้ ไม่ว่าจะความสำเร็จหรือฐานะทรัพย์สิน ทุกอย่างเกินกว่าที่ผมฝันไว้แล้ว คงไม่กล้าบอกว่า ตัวเองรวยแล้ว เพียงแต่รู้สึกว่า“เพียงพอ” บางช่วงบางตอนคนเรามักสนุกกับการทำงาน จนหลงลืมใช้ชีวิต หันกลับมาอีกที“ตัวเลข”กลับไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขเหมือนเดิม จากที่เคยสนุกกับการแข่งขัน มีเป้าหมายผลประกอบการและกำไรไว้ให้พุ่งชน

ถึงจุดๆหนึ่งสอนให้ผมรู้จักกับคำว่า“พอ” คำถามคือลาออกจากโออิชิ แล้วชีวิตจะเอาอย่างไรต่อไป ? “จะทำอะไร ทำเพื่ออะไร จะทำไปทำไม แล้วจะทำอีกเหรอ?”ผมถามย้ำซ้ำๆกับตัวเอง ยังเร็วเกินไปที่จะเกษียณตัวเองไปพักผ่อนในวัย 52 ในขณะที่มีความพร้อมทุกอย่างมากมายในมือ ทั้งทุน ชื่อเสียง ประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานที่ดี ที่สำคัญผมยังชอบความท้าทาย ยังชอบคิดอะไรแปลกๆ สนุกๆ ในเมื่อมีวันนี้ได้ เพราะเคยได้รับ“โอกาส” มาก่อน ผมจึงอยากทำหน้าที่ส่งต่อโอกาส เปลี่ยนฐานะจาก“ผู้รับ”มาเป็น“ผู้ให้”บ้าง

วันนี้ทั้งผมและภรรยา (คุณอิง ภาสกรนที http://www.facebook.com/engmaitan ) เรามีเป้าหมายร่วมกัน นับแต่นี้จะใช้เงินของเราทำอะไรก็ได้ที่มี

“ความสุข”ความสุขไม่ได้แปลว่าเราต้องซื้อทรัพย์สิน ความสุขไม่ได้แปลว่าต้องบริโภค ต้องสะสมความมั่งมี บางคนเข้าใจว่า มีเงินแล้วมีความสุข จริงๆแล้วเงินเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานขั้นต้น มากไปกว่านั้นเงินแทบจะไม่มีความหมาย ความสุขจึงไม่ได้เป็นสินค้าผูกขาดสำหรับคนรวย คนเราสามารถมีความสุขได้หลายอย่าง สิ่งที่ทำให้ผมมี“ความสุข”ในช่วงหลัง คือ การได้ช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายถ่ายทอดประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ หรือการจัดกิจกรรมช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน

การได้เห็น“รอยยิ้ม”ของคนที่“ได้รับ”เป็นความสุขใจอย่างหนึ่งของผม เมื่อจะบุกเบิกธุรกิจใหม่อีกครั้ง ผมอยากทำธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งแต่เงินๆๆและกำไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง แต่เป็นธุรกิจเพื่อ“ภารกิจ”ความสุข..ที่ต้องดูแลสังคมควบคู่ไปด้วย เป้าหมายในการเริ่มต้นบริษัท ไม่ จำกัด ทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาทครั้งนี้ เงินปันผลของผมและภรรยาที่ถือหุ้นอยู่จะแบ่ง 50% มอบให้กับมูลนิธิตันปัน ตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินการเป็นต้นไป จนเมื่อผมอายุครบ 60 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เดือน 9 พ.ศ.2562 จะเพิ่มสัดส่วนเงินบริจาคไม่ต่ำกว่า 90% ให้กับมูลนิธิตันปันตลอดไป เพื่อใช้ในการพัฒนาการศึกษาและสิ่งแวดล้อม

8 ปีนับจากนี้ ผมจะมุ่งมั่นที่จะสร้างบริษัท ไม่ ให้เป็นธุรกิจเพื่อภารกิจของ มูลนิธิตันปัน และ“เป้าหมาย”ของผมนับจากนี้ ไม่ใช่ “การได้รับ”แต่เป็น”การให้” ผมเชื่อเสมอว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เรา

เลือกที่จะ”เป็น”ได้ และวันนี้ ผมเลือกแล้ว

แล้วคุณละเลือกที่จะเป็นอะไร อะไรที่สำคัญสำหรับคุณจริงๆ เงิน หรือ ความสุข

ด้วยความจริงใจ

ดนัยวัฒน์​ วงศ์ไกรเวท

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Tags: , , , ,

Facebook Comments:

email lists